Set Default Page Add to Favorites Send This Page to FriendReadyPlanet.com
dot dot
bulletจากใจ..webmaster
bulletข้อมูลอำเภอ จังหวัดสุรินทร์
bulletข้อมูลตำบล จังหวัดสุรินทร์
bulletแหล่งท่องเที่ยวในเขตอำเภอเมือง
bulletรหัสไปรษณีย์ไทย
dot
เครือข่ายความร่วมมือ
dot
bulletเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุ จ.สุรินทร์
bulletเครือข่ายลุ่มน้ำ จ.สุรินทร์
bulletชมรมศิลปินประทายสมันต์
bulletเขตรักษาพันธ์สัตว์ห้วยทับทันฯ
bulletเครือข่ายวิชาชีพและสื่อชุมชนฯ
dot
อัลบัมเก็บภาพ
dot
bulletงานช้างปลอดแอลกอฮอล์ 53
bulletงานขายเสียง
bulletชมรมศิลปินประทายสมันต์
bulletภาพงานมหกรรมสุรินทร์สร้างสุข
bulletงานเลี้ยงต้อนรับช้าง
bulletธรรมชาติสร้างสรรค์
bulletกิจกรรมสร้างคน
bulletด้วยพลังแห่งศรัทธา
bulletภูมิปัญญาเป็นทุน
bulletอำเภอกาบเชิง
bulletอำเภอสังขะ
bulletอำเภอบัวเชด
bulletกิ่งอำเภอพนมดงรัก
dot
พัฒนาการสื่อภาคประชาชน
dot
bulletวิวัฒนาการของวิทยุไทย
bulletสื่อไทย ทำไมถึงต้องปฏิรูป??
bulletโครงการพัฒนาสื่อภาคประชาชน
dot
ความรู้เรื่องผ้าไทย
dot
bulletความรู้เรื่องผ้าไทย
bulletลวดลายผ้าไหมเมืองสุรินทร์
bulletความรู้รอบตัว
dot
วัฒนธรรมชุมชนกับการพัฒนา
dot
bulletกูยกับช้าง
bulletประเพณีบวชนาคช้าง
bulletวัฒนธรรมตามพระราชดำริ
bulletประวัติศาสตร์ชนชาวกูย
bullet“แกลมอ”
bulletข้อมูลเกี่ยวกับช้างสุรินทร์
bulletรายชื่อวัดในจังหวัดสุรินทร์
bulletแนวทางการพัฒนาชุมชนยั่งยืน
bulletฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์เขมร
bulletชนชาวแขมร์
bulletสุภาษิตเขมร
bulletเทอบอนแคแจ๊ด
bullet“ลิเกเขมร”
bulletเรียนภาษาเขมร
bulletเส้นทางสายปราสาทขอม
bulletวัฒนธรรมประเพณี จ.สุรินทร์
bulletหมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องเงิน
dot
ความรู้เกี่ยวกับสุรินทร์
dot
bulletเล่าเรื่องเมืองสุรินทร์ในอดีต
bulletเมืองสุรินทร์ วันนี้
bulletทวงทับหลังคืนสู่ชุมชน..
dot
เว็บไซด์ดีๆ ที่ต้องดู
dot
bulletการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
bulletรวมเว็บในหลวงกับการศึกษาไทย
bulletการศึกษาตามอัธยาศัย
bulletพระมหาชนก
bulletคำพ่อสอน
bulletก่อนจะเป็นเพลงหอบรักห่มป่า
dot
เรื่องสั้น/บทกวี
dot
bulletรักที่เฝ้ารอ
bulletโชคดี..จอมซนกระดูกเหล็ก
bulletสะพานดาวของวรรณวิไล
bulletแขกที่ไม่ได้รับเชิญ
bulletเวทีชีวิต
bulletฉันคือฉัน
bulletขอแค่กำลังใจ
bulletวันเวลาที่รอคอย
bulletบนเส้นทางที่ยาวไกล
bulletวิถีแห่งธรรมชาติ
bulletบทเพลงแห่งชาวนา
bulletเวทีชีวิต
bulletใครทำฟ้าเศร้า
bulletมากมายล้วนภาพลวง
bulletรักของแม่
bulletดอกไม้กับสายรัก
bulletฝนมา...ฟ้าหม่น
bulletคืนฟ้าหม่น
dot
สมัครสมาชิกรับข่าวสาร

dot
dot
สาระน่ารู้เกี่ยวกับธรรมชาติและผืนป่า
dot
bulletอาหารจากเห็ด
bulletทำเนียบวิทยุชุมชนสุรินทร์
bulletช้างคืนถื่น
bulletงานช้างและงานกาชาดปลอดแอลกอฮอล์'๕๒
bulletธนบัตรไทย
bulletมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย
bulletพลอยใสเรดิโอ fm 92.75 Mhz


โครงการตามรอยบาทพระศาสดา
สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.)
กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สาระภาคีจากองค์กรลุ่มน้ำโขงซีมูล
ภูมิภาคทั่วไป


คนสุรินทร์ต้องไม่กินสุรา

เครือข่ายประชาคมสุรินทร์สร้างสุข ขอเชิญชวน ปชช.ร่วมงาน “วันงดดื่มสุราแห่งชาติ”

ช่วงเทศกาลสำคัญ “วันเข้าพรรษา” ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 18 กรกฎาคม ภาครัฐและภาคเอกชนจังหวัดสุรินทร์ ได้ร่วมกันดำเนินกิจกรรมรณรงค์ในโครงการ “เครือข่ายเฝ้าระวังภัยแอลกอฮอร์จังหวัดสุรินทร์” โดยขอเชิญชวนให้ชาวสุรินทร์ ทุกท่านร่วมตั้งปณิธานให้วันเข้าพรรษา เป็นวันงดดื่มสุราแห่งชาติ

นายศักดา เชื้ออินทร์ ประธานเครือข่ายประชาคมสุรินทร์สร้างสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้เครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ได้กำหนดจัดกิจกรรม “วันงดดื่มสุราแห่งชาติ” ขึ้นในวันที่ 16 กรกฏาคม 2551 ณ บริเวณลานวัฒนธรรมเชียงปุม สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ โดยมีสาระสำคัญเพื่อการเตือนสติ และรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้คนไทยลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมลดปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาปีนี้ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ดีของชาวพุทธ เมื่อถึงเวลาเข้าพรรษา ตลอดระยะเวลา 3 เดือน เพื่อถวายเป็นราชศักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาสที่ทรงมีพระชามายุ 80 พรรษา

ในปัจจุบันการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในสังคมไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และผลร้ายจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีอัตราเพิ่มมากขึ้น ทั้งอัตราการเกิดอุบัติเหตุ ความรุนแรงในครอบครัว การทะเลาะวิวาท การประพฤติผิดทางเพศ จากรายงานขององค์การอนามัยโลกระบุว่า มีผู้เจ็บป่วยจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั่วโลก 76.3 ล้านคน เสียชีวิตปีละ 2.3 ล้านคน และในประเทศไทยมีอัตราการบริโภคสุราเพิ่มมากขึ้นเป็นอันดับที่ 5 ของโลก

ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา หลายหน่วยงานได้จัดโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา ซึ่งได้รับการตอบรับจากสังคมเป็นอย่างดี แต่ยังขาดความร่วมมือในระดับประเทศ ทั้งภาคเอกชน หรือรัฐบาล ที่จะร่วมมือและรณรงค์เพื่อให้สังคมไทยโดยรวม ได้ตระหนักถึงพิษภัยจากการบริโภคสุราอย่างจริงจัง ดังนั้นเพื่อให้เกิดกระแสที่จะให้สังคมรับทราบและตระหนักถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้น มูลนิธิเมาไม่ขับจึงทำหนังสือขอการสนับสนุนจากรัฐบาลให้ประกาศให้วันเข้าพรรษาของทุกปีเป็นวันงดดื่มสุราแห่งชาติ โดยถือโอกาสที่ปีนี้เป็นปีมหามงคลเฉลิมพระชนม พรรษาครบ 80 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นปีแห่งการเริ่มต้น เพื่อให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับการรณรงค์ลด ละ เลิก ดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมในช่วงเทศกาลสำคัญก็ยังมีให้เห็นอยู่ เช่น วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และวันสงกรานต์ ทั้งนี้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ แต่ดูเหมือนว่ายังไม่เห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนนัก แม้ว่า พ.ร.บ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะมีผลบังคับใช้มาแล้วตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.2551 ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากในช่วงดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ทำให้ความชัด เจนเพื่อนำมาสู่การบังคับใช้นั้นยังไม่เป็นรูปธรรม ประกอบกับการผลักดันกฎหมาย ก็ต้องมีระยะเวลาในการทำความเข้าใจกับสังคมในเรื่องนี้ เนื่องจากประชาชนยังไม่เข้าใจเนื้อหาเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ฉบับนี้มากนัก ทำให้ตามงานมหรสพ งานบุญที่จัดขึ้นในวัดยังมีพบเห็นการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และมีการดื่มภายในวัดอยู่บ้าง

มาตรา 27 (1) ของพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระบุว่า วัดหรือสถานที่สำหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนาเป็นสถานที่ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขณะที่มาตราที่ 31(1) ระบุว่าห้ามมิให้ผู้ใดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัดหรือสถานที่สำหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา เว้นแต่เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมทางศาสนา สำหรับโทษนั้นในมาตรา 39 ระบุว่าผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยฝ่าฝืนมาตรา 27 หรือมาตรา 28 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่มาตรา 42 ระบุว่าผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 31 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะเดียวกันหากพบว่าพระสงฆ์เป็นผู้ที่กระทำผิดเสียเองจะถือว่ามีโทษ 2 เด้งคือ นอกจากจะถูกสึก เพราะทำผิดพระธรรมวินัยแล้ว ยังจะต้องออกไปรับโทษตามที่ระบุไว้ในพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากขณะนี้วัดหลายแห่งในภาคอีสาน ได้กำหนดให้วัดเป็นเขตปลอดเหล้า ซึ่งทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าก็จะใช้ "วัด" เป็นแหล่งนำร่องที่จะให้เป็นสถานที่งดดื่มและจำหน่ายเหล้า เนื่องจากวัดเป็นเขตพื้นที่ที่สังคมไม่ค่อยปฏิเสธนักหากมีการรณรงค์หรือขอความร่วมมือ และใช้วัดเป็นเกณฑ์เรื่องเขตปลอดเหล้า และจะเชื่อมโยง ขยายผลไปสู่งานเทศกาล หรือวันสำคัญทางพุทธศาสนา เช่น วิสาขบูชา วันเข้าพรรษา โดยในปีนี้ได้กำหนดให้วันเข้าพรรษา เป็นวันงดดื่มสุราแห่งชาติ ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรก"

นางวริศราลี แก้วปลั่ง นายกสมาคมพัฒนาเครือข่ายองค์กรชุมชน และคณะทำงานประชาคมสุรินทร์สร้างสุข กล่าวว่า ช่วงเข้าพรรษา ๓ เดือนตามวัฒนธรรมของสังคมไทยแต่อดีต จะเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนในสังคมส่วนหนึ่ง หันมาลดละอบายมุข หรือสิ่งเสพติดต่างๆ ตลอดถึงการกินเหล้าเมายา และตั้งใจรักษาศีล ประพฤติปฏิบัติธรรม บางคนถือโอกาสบวชเรียนในช่วงเข้าพรรษา ระยะเวลา ๓ เดือน นี้ แต่ปัจจุบันวัฒนธรรมดังกล่าว ได้เริ่มเสื่อมความนิยมลง การรณรงค์"งดเหล้าเข้าพรรษา"โดยอาศัยวัฒนธรรมอันเป็น"ทุนทางสังคม"ที่มีอยู่แต่เดิมนี้ นอก จากจะมีประโยชน์ ในการช่วยเสริมสร้างให้คนไทย มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางสุขภาพ ในทิศทางที่ดีขึ้นแล้ว ผลพลอยได้ที่จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งอีกประการหนึ่งก็คือ เป็นการรื้อฟื้นวัฒนธรรม ที่ดีงามของสังคมไทย ในการส่งเสริม ให้ผู้คนตั้งใจรักษาศีลปฏิบัติธรรม ตั้งมั่นอยู่ในคุณความดีเป็นพิเศษ ช่วงเข้าพรรษา ๓ เดือน อันเป็นการสร้างกระบวนการอบรม กล่อมเกลาทางสังคม เพื่อดึงให้ผู้คนได้มีช่วงเวลา หันกลับมาทบทวน ถึงแก่นสาร คุณค่าของชีวิตบ้าง หลังจากที่ถูกปลุกเร้าให้ดิ้นรนต่อสู้ แก่งแย่งและเบียดเบียนกัน แสวงหาลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุขอยู่ตลอดทั้งปี เข้าพรรษาปีนี้ จึงน่าจะเป็นโอกาสที่ผู้คนส่วนหนึ่งของสังคมไทย จะได้รวมพลังทำความดีถวายพ่อหลวง“เลิกเหล้าเข้าพรรษา เก็บเงินค่าเหล้าหยุดกระปุกออมเงินถวายเป็นพระราชกุศล”พร้อมทั้งเป็นการพัฒนายก ระดับชีวิตของตน ให้มีความเจริญ งอกงามยิ่งขึ้นต่อไป



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด
รหัสป้องกันสแปม   *


สมัชชาประชา-รัฐ จังหวัดสุรินทร์

รวมน้ำใจสู่ชายแดน
เก็บตกจากสมัชชาสุขภาพ ๒๕๕๓
งานช้างปลอดแอลกอฮอล์ 53
สรุปงานมหกรรมสุรินทร์สร้างสุข
สุรินทร์สร้างสุข
ชาวสุรินทร์ประกาศเจตนารมณ์เลิกเหล้าถวายมาฆบูชา
รวมพลังสร้างความดีถวายพ่อของแผ่นดิน article
ก่อนจะก่อเกิดเครือข่ายสานรักษ์ชายแดน article
เครือข่ายองค์กรการเงิน จ.สุรินทร์ article
เครือข่ายลุ่มน้ำ จ.สุรินทร์ article
เครือข่ายชมรมผู้สูงอายุ จ.สุรินทร์ article
เครือข่ายวิชาชีพและสื่อชุมชน จ.สุรินทร์ article
ชมรมศิลปินประทายสมันต์ article
เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ article
ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฏรไทยบริเวณชายแดนฯ article
Headline



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (933)

คำนำ

โครงการขับเคลื่อนคนสุรินทร์ลด  ละ  เลิก สุรา ในพิ้นที่ตำบลทุ่งมน ปี  ๒๕๕๑

 

          ประมวลผลจากประสบการณ์ที่เคยเข้าร่วมเวทีสมัชชาระดับจังหวัด ภาค ชาติ ชมสารคดีทางโทรทัศน์  อ่านหนังสือของศูนย์คุณธรรม ทั้งกิจกรรมที่ได้ลงมือปฏิบัติการจริง เช่น การออกเกียรติบัตรมอบแก่คนดีประเภทต่าง ๆ บ่อยครั้ง และโครงการถอดองค์ความรู้บุคคลตัวอย่าง ของวัดปลอดสุรา  และ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนตำบลทุ่งมน  ปี ๒๕๔๙ – ๒๕๕๐  วิธีการที่เรียกว่า “แผนที่คนดี /แผนที่ความดี/ ความดียึดพื้นที่”   คือแนวคิดที่ติดแน่นฝังเป็นหลักคิดตลอดมา   ว่าวิธีการแบบนี้แหล่ะ คือ ทางออกของการแก้ปัญหาสังคม  เพราะเป็นวิธีการเสริมแรง  เสริมกำลังใจ สร้างเกราะป้องกันจิตใจ ให้กับผู้คน  ทำให้สังคมมีผู้คนลุกขึ้นมาต่อสู้กับปัญหาได้อย่างมั่นใจ มั่นคง   ทำให้คนมีความภาคภูมิใจในตนเอง ในหมู่คณะ  เป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนที่ได้อ่านได้ฟังซึมซับความดีได้ง่าย   เข้ากับหลักธรรม  คือ หลักความเคารพ   หลักความกตัญญู  หลักมุทิตาธรรม  หลักอนุโมทนามัย  เป็นต้น   

          เมื่อดำเนินโครงการขับเคลื่อนคนสุรินทร์ลด ละ เลิก สุรา ในพื้นที่ตำบลทุ่งมน ปี ๒๕๕๑  จึงนำวิธีการ ติดตามวิจัยคนติดสุราเรื้อรัง   ๑๐  ราย  และ ถอดองค์ความรู้คนดีเลิกเหล้า  ๑๐   ราย   มาเป็นกระบวนการสำคัญในการครั้งนี้

 

พระมหาวีระ   กิตฺติวณฺโณ

เจ้าอาวาสวัดสะเดารัตนาราม

ประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลทุ่งมน

ประธานศูนย์ประสานงานคนสุรินทร์ ลด ละ เลิก สุรา ตำบลทุ่งมน

ผู้ประสานงานศูนย์การเรียนรู้ชุมชนตำบลทุ่งมน

๒๓ มิ.ย. ๕๑

ผู้แสดงความคิดเห็น มหาวีระ วันที่ตอบ 2008-06-25 21:32:55 IP : 125.25.98.218


ความคิดเห็นที่ 2 (934)

เจ้าตุ๊  เป็นคนดีเลิกเหล้า แล้วเป็นภารโรงวัด

           เบื้องหลัง ภูมิหลังเจ้าตู๊ ใคร ๆ   ในหมู่บ้านตาเจียดจากเหนือจดใต้ต่างก็รู้กันว่า  เจ้าตุ๊ เป็นเด็กหนุ่มขี้เมา ติดเหล้าเรื้อรังจนเกิดประสาทหลอน    เจ้าตุ๊เคยดมกาวตั้งแต่เด็กเล็ก ๆ เคยติดยาบ้าอย่างงอมแงมเมื่ออยู่ทำงานที่คลองเตย   เหล้าอันเป็นยาเสพติดถูกกฎหมายนี้แหล่ะที่เจ้าตุ๊เลิกเป็นตัวล่าสุด เมื่อออกจากงานก็กลับมาเมาที่บ้านอีกหลายปี   คงเหลือแต่บุหรี่เป็นตัวสุดท้าย   แต่ความดีที่เลิกเหล้าก็พอจะรับได้ว่า เจ้าตุ๊เป็นผู้เป็นคนแล้ว  ควรแก่การให้กำลังใจและเป็นแบบอย่างของผู้คนที่ยังเมาอยู่    ตั้งแต่เกิดมาเจ้าตุ๊ต้องประสบกับมรสุม อุปสรรคแห่งชีวิตมากมาย รุมเร้าจากครอบครัวและสิ่งแวดล้อมทางสังคม  จนไร้ทิศทางในการดำเนินชีวิตหรือตั้งตนไว้ให้ถูกต้องได้   

          เริ่มต้นที่เกิดมาในครอบครัวยากจน ขาดที่ทำกิน  สิ่งนี้อาจจะแก้ขึ้นมีน้ำหนักว่าไม่เป็นไรใคร ๆ เขาก็ยากจนเยอะแยะแต่ก็ทำดีกันได้   แต่ครอบครัวเจ้าตุ๊มีความยากจน จนทรัพย์  จนโอกาส จนความรู้ จนศักดิ์ศรี  จนกำลังใจ จนปัญญา  จนบุญกุศล  ครอบครัวมีพี่น้องมาก มากถึง ๘   คน อายุก็ไล่เลี่ยกัน ยังเป็นเด็ก ๆ ทั้งนั้น    ครอบครัวต้องประสบกับความล้มเหลว แหลกเหลวก็คงไม่แรงเกินไปนัก เริ่มที่พ่อเป็นคนคิดมาก คิดจนเป็นโรคหวาดระแวงคน ทั้งนี้ด้วยวิบากกรรมที่ก่อไว้  กลายเป็นคนขี้เมา  เมาทุกวัน  เมาตลอดเดือน  เมาตลอดปี เมาหลาย ๆ ปี  ไม่เมานอนไม่หลับ ต้องเมาจึงจะหลับ พ่อต้องนอนคลุกดินแบบหมาข้างถนนตัวหนึ่ง    ดื่มเหล้าแล้วไม่ทานข้าว   ลูก ๆ เริ่มเรียนไม่จบภาคบังคับ  แม่เริ่มจิบเหล้าจนติดเหล้า  เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว พ่อและแม่ต้องแยกทางกัน ด้วยแม่แต่งงานกับชายขี้เมาคนบ้านอื่น     พี่ชายคนแรกก็ติดเหล้าอยู่กินกับหญิงติดเมาเมียชายขี้เมาอีกคน  เจ้าตุ๊ติดยาทุกประเภท  น้องต้องอยู่กันคนละทิศละทาง ดิ้นรนหาเลี้ยงชีวิตกันตามยถากรรม  เจ้าตุ๊อยู่กินกับสาวข้างบ้านโดยมิได้มีพิธีแต่งงานกันตามประเพณี เช่นเดียวกันกับพี่ ๆ น้อง ๆ ที่มิเคยเข้าพิธีแต่งงานตามประเพณีซักคน เมื่อคลอดลูกชายคนเดียวก็ต้องแยกย้ายร้างรากันไป      เมื่อบวกกับ ลุง ป้า น้า อา ก็เป็นเหล่ากอขี้เมา     ภาพลักษณ์แห่งเครือญาติติดสุราเรื้อรังและตระกูลแห่งการหย่าร้าง ต่อสู้แย่งชิงหักสวาทก็ชัดเจนขึ้น เมื่อ ๔ ปีที่แล้วพ่อก็ต้องผ่าตัดปอดถึง ๒ ครั้ง หมอทำนายว่า ต้องเสียชีวิตภายใน ๑ ปี 

          ชีวิตต้องมีจุดเริ่มต้นใหม่  เมื่อ ๒ ปีกว่าที่แล้วคุณพ่อโชค ทรงสีสดก็เดินเข้าวัดสะเดารัตนารามทั้งยังเมาในยามมืดค่ำ บอกความกับเจ้าอาวาสว่าต้องการบวช ด้วยบุญกุศลพอส่งทันจึงได้บวชและบวชอยู่จนถึงปัจจุบัน ได้รับหน้าที่พัฒนาวัดอย่างเต็มกำลัง  เมื่อต้นปีที่แล้วเจ้าตุ๊แวะเวียนเข้าวัดสะเดารัตนารามบ่อยขึ้นเกือบทุกวัน  มาถึงวัดทีไร ต้องได้รับคำตักเตือนและข้อคิดสะกิดใจจากเจ้าอาวาสทุกครั้งไป บวกกับคำแนะนำของหมอที่บอกให้หมดการดื่มเหล้า เพราะเป็นโรคประสาทหลอน รวมเป็นกำลังใจนำพาเลิกเหล้าได้เด็ดขาดนับได้ ๑ ปี แล้ว หน้าตาบุคลิกดีขึ้น มีสติปัญญาแจ่มใส  ขยันหมั่นเพียรช่วยงานวัด จนต้องตั้งให้เป็นภารโรงวัดไปแล้ว    เมื่อคุณแม่ป่วยก็เกิดปัญหาว่าสามีคนใหม่ชายคนนั้นไปอยู่กินกับหญิงขี้เมาคนใหม่ เลยต้องกลับมาอยู่ในหมู่บ้านอีกครั้งผ่านมาไม่ถึงเดือนนี้เอง      ที่บ้านแม่ก็พอจะเป็นที่นัดพบของพี่ ๆ น้อง ๆ ได้บ้างแล้ว 

ผู้แสดงความคิดเห็น มหาวีระ วันที่ตอบ 2008-06-25 21:38:42 IP : 125.25.98.218


ความคิดเห็นที่ 3 (935)

นายชวด   ครองชื่น

คนดีเลิกเหล้า  คนดีสร้างความสงบสุขในครอบครัว

 

          เมื่อขับเคลื่อนคนสุรินทร์ ลด ละ เลิก สุรา ในพื้นที่ตำบลทุ่งมน  ในส่วนคนดีเลิกเหล้า ก็นึกถึงนายชวด   ครองชื่น ผู้นำครอบครัวในบ้านแสรโอ หมู่ ๑๐ ตำบลทุ่งมน    ห่างวัดสะเดารัตนารามประมาณ ๕๐๐ เมตร   ซึ่งปัจจุบันภรรยามีความสุขมากขึ้น      จากการสนทนาและสอบถามสารทุกข์สุขดิบบ่อยครั้ง จึงเคยได้ฟังมาว่า ก่อนนั้นภรรยาต้องอดทนต่อประพฤติกรรมที่น่ารำคาญของพ่อบ้านอย่างมาก พ่อบ้านดื่มเหล้าแต่ละช่วงนานเป็นเดือน ๆ และบ่อย ๆ หมดทรัพย์สินเงินทองไปแยะ  มีพันหมดพัน  มีหมื่นหมดหมื่น  ใจใหญ่เลี้ยงพวกเลี้ยงเพื่อน เมื่อเมากลับมาก็บ่นโวยวายในครอบครัวทุกครั้ง บ่อยครั้งมีการรื้อฝาบ้าน ทุบตีข้าวของจานชามหม้อโอ่งแตกกระจัดกระจายหมดเนื้อหมดตัวไป แต่ไม่ทุบตีทำร้ายลูกเมีย บ่อยครั้งที่โวยวายยั่วยวนสร้างความรำคาญแก่ญาติ ๆ  หรือกับคนอื่น ๆ  จนถูกเขาทำร้ายร่างกายสะบักสะบอม   แต่ด้วยความรักความเห็นอกเห็นใจสามีและใช้หลักคุณธรรมอดทนของภรรยา  ประกอบกับวัดใกล้บ้านเข้าช่วยขัดเกลาในเวลาต่อมา จึงได้นำพาให้พ่อบ้านได้สติ ได้กำลังใจหยุดกินเหล้าเด็ดขาดมาแล้ว ๑ ปีครึ่ง  ก่อนนี้ก็งดได้แบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ  อยู่หลายปี  ตบะแตกบ่อยครั้ง เช่น อ้างว่าปีละครั้ง   เทศกาลละหน เรื่อยมา   

          นายชวด  ครองชื่น ปัจจุบันอายุ   ๕๐  ปี  เกิด พ.ศ. ๒๕๐๑    ปีกุน  ณ บ้านตาเจียด ตำบลทุ่งมน  บุตรของพ่อชอน แม่คิด   ครองชื่น คุณพ่อชอนเป็นคนโบราณมีวิชาอาคมของขลังมนต์ดำที่เหนี่ยวนำโทษมาสู่ตนเอง คือ วิชาหนังเหนียว จะฟันไม่เข้า เผาไฟไม่ไหม้ วิชานี้จะชักนำให้เป็นคนขี้เมา ก่อความรำคาญให้คนอื่น ต้องถูกคนอื่นทำร้ายลองของบ่อย ๆ ครอบครัวอยู่ในภาวะยากจน แม้นายชวดลูกชายจะไม่ได้สืบทอดวิชาหนังเหนียวแต่ก็ติดนิสัยก้าวร้าว ใจใหญ่ โมโหหุนหันติดตัวมา  เมื่อเข้าโรงเรียนก็เรียนได้เล็กน้อย  อ่านไม่ออกและเขียนหนังสือไม่ได้ กลับสนใจเรียนถาคาอาคมด้านสะเหน่มหานิยม   แต่งงานเมื่อ อายุ ๒๒ ปี  พ.ศ. ๒๕๒๓  กับนางเลือก  ขณะนั้นอายุ ๒๐ ปี สกุลเดิม หวังทางมี    คนบ้านแสรโอ  ซึ่งเป็นตระกูลยายล้อมคนเข้าวัดทำบุญอุปถัมภ์วัดสะเดารัตนาราม   ภรรยานั้นมีความจงรักภักดี มีความสงสารเป็นทุนเดิม  เลยต้องอดทนทั้งยึดมั่นในจารีตประเพณีที่ต้องรักษาครอบครัวไว้ให้ได้    จึงมิได้หย่าร้างกัน   ครอบครัวนี้มีบุตรธิดา   ๔ คน

          นายชวด  ครองชื่น ตอบคำถามว่า “ดื่มเหล้าครั้งแรก เมื่ออายุ ๑๘ ปี  สาเหตุที่ดื่มครั้งแรก ๆ  คือ การลองดื่ม สังคมเพื่อนฝูงคะยั้นคะยอกันดื่มชวนกันกิน”  ก่อนแต่งงานทราบไหมว่าเขาเป็นคนกินเหล้า “ ทราบ  แต่นาน ๆ กินที   ก็เห็นว่านิสัยเขาเป็นคนก้าวร้าว  ใจร้อน  เมาแล้วดูไม่ได้เลย”   ทำไมจึงยังรัก “ สงสาร เห็นใจ  อยากช่วยแก้ไขนิสัย อยากปรับเปลี่ยนเขา  จะพยายามปรับแก้นิสัยก้าวร้าว จะให้กำลังใจ จะค่อย ๆ ขัดเกลา จะพูดดีด้วย ทำดีด้วย มีผู้ใหญ่คนหนึ่งบอกว่านิสัยเขาจะแก้ได้”  แต่งงานแล้วเป็นอย่างไร “ช่วงแรก ๆ ก็ปกติเช่นเดิมนานกินที มาหนักเอาตอนที่มีลูกอ่อนคนแรกถึงลูกที่ ๒  ตอนนั้นหมดเนื้อหมดตัว ไม่มีอะไรเหลือ หมดเพราะน้ำเมา” ภรรยาตอบ   พ่อบ้านกล่าวสวนขึ้น “แม้จะเมา ดื่มเหล้าหนัก  ผมก็ไม่ยอมให้ลูกเมียอดข้าวอดอาหาร  ผมจะซื้อเนื้อมาฝากทุกวัน”     “มาเริ่มลดเป็นปกติ  นาน ๆ ที เมื่อลูกสาวคนโตอายุ ๑๗ ปี ตอนนั้นเข้าวัดบ่อยขึ้น ประมาณ ปี ๒๕๔๐ ค่ะ    คงเป็นการดื่มปีละครั้ง แต่ดื่มนานเป็นเดือน แล้วก็หยุด เป็นเช่นนี้อยู่หลายปี มาเด็ดขาดก็  ปีครึ่งมานี้แหล่ะค่ะไม่ดื่มเลย” ภรรยากล่าว     พ่อบ้านตอบคำถามเรื่อย ๆ ว่า  “ ปัจจุบันนี้ ผมคิดได้ ผมรักลูกรักเมีย  ไม่ให้ลูกเมียเสียใจอีก กลัวว่าเมาแล้วจะถูกเด็ก ๆ รุ่นหลังทำบาปเอา เขาจะถูกถูกดูแคลนเหมือนแต่ก่อน   วันนี้ก็นั่งกับเพื่อนกินเหล้าได้ เพื่อนมาบ้านผมซื้อให้ นั่งคุยด้วยได้ กินไปด้วย แต่ไม่ดื่ม ยื่นให้อย่างไรก็ไม่รับ ”     “ อยากเลิกนานแล้ว แต่หักห้ามใจไม่อยู่  เมื่อโมโหก็ใส่เหล้า แล้วก็ติดลม ”    “ เคยให้พระโกนหัวให้แล้วสาบานก็เคย”      “ หลังจากโกนหัวนั่นแหล่ะเริ่มงดเหล้าได้เป็นปี ๆ”    “ ทุกวันห้ามใจได้แล้ว”     “ เวลาพอเหลือจะสร้างฐานะครอบครัวได้อยู่    ลูก ๆ ก็โตแล้ว มีหลานแล้วด้วย ”

คราวที่ดื่มบ่อย ๆ เพราะ “ต้องการลืมเรื่องราวต่าง ๆ ที่ต้องคิด     เหล้าผมไม่หิวนะแต่ผมซน ”  “ถ้าไม่ดื่มก็ออกไปทำงานในป่า ในนา ในไร่ หลบสังคม เพื่อนฝูง ถ้าได้ทำงานแล้วเพลิน เพลินจนลืมทานข้าว  อยากทำโน่น อยากทำนี่ อยากทำให้เสร็จ ห่อข้าวไปนาคนเดียวต้องห่อข้าวกลับบ้านทุกที  ถ้าแม่มันไปด้วยก็ไม่ได้ทาน”  ทำไม “ ก้อ คอยเรียกให้มาทานข้าวก่อน” ภรรยาเสริม  “ ช่วงหลังที่เริ่มเข้าวัดบ่อยขึ้นนั้น ฉันก็ทดสอบดูบ่อยครั้ง ยามเช้าตรู่ก็ไปเก็บของป่า กลับมาบ้านก็เห็นพ่อเขา หุงข้าว ทำกับข้าวใส่ปิ่นโตให้เรียบร้อย เตรียมให้ไปวัด” “ ต้องคอยประคับประคอง ตลอด  เช่นเวลาเมามา  ก็ไม่ตอบโต้  ฟังเฉย ๆ  ได้โอกาสก็พูดแนะดี ๆ พูดบอกอย่างโน้นดี อย่างนี้ไม่ดี  ต้องบอกบ่อย ๆ ให้กำลังใจบ่อย ๆ  ”    “ ทุกวันนี้พูดคุยกันรู้เรื่อง ใจดี ไม่ฉุนเฉียว  ลูกเมียปรึกษาหารือได้”

          นิสัยพื้นฐานของพ่อบ้าน เป็นคนชอบทำงาน งานที่ถนัดคือ บากเสา  เผาถ่าน งานไร่ งานนา ใช้แรงเป็นหลักเรียกว่า หนักเอา เบาสู้  เข้าเกณฑ์ขยัน หุงข้าวทำกับข้าวเป็น   เมื่อยามปกติจะพูดน้อย แต่เมื่อพูดจาก็พูดจาแบบเอาใจเขามาใส่ใจเรา  ท่าทางอ่อนโยน มีความกตัญญูรู้คุณคน 

          อารมณ์จะฉุนเฉียวง่าย  โมโหง่าย อารมณ์ร้าย ติดตัวมาตั้งแต่เป็นเด็ก เพราะ มีความรู้สึกว่าตนเองคิดไม่ทันเขา รู้ไม่ทันเขา   เขาดูถูก ดูแคลน ถูกกดขี่ ห่มเหง เป็นคนด้อยศักดิ์ศรี  เขาไม่ให้เกียรติ 

          ความคิดเรื่องการดื่มเหล้า  ดื่มเหล้าต้องซื้อเอง  และเลี้ยงคนอื่นด้วย   ไม่อยากดื่มเพราะอาศัยผู้อื่นเลี้ยง กลัวเขาจะว่าเอา  ไม่ต้องการให้ใครมาดูถูกว่าอาศัยคนอื่นกิน  ต้องการการยอมรับจากเพื่อนฝูง ไม่อยากให้ใครขัดใจ  ไม่ต้องการให้ใครกดขี่  ดูถูก  ดูหมิ่น  ดูแคลน

            จากการเป็นคนย้ำคิด คิดมาก  แต่ไม่ค่อยพูด  คิดยังไม่เป็นระบบ ขาดทักษะในการแก้ปัญหา  จึงต้องทำงานให้ลืม หรือ กินเหล้าให้ลืม  

          ปัจจุบัน   ได้สติแล้ว  มีความคิดดีขึ้น  ใจเย็นขึ้น  คิดได้ว่าที่เขาแนะเขานำเขาสอนเพราะเขาหวังดี  ปรารถนาดีต่อตัวเรา  การกินเหล้าหมดเงิน เสียสุขภาพ  กินเหล้าไม่ดี  การเลิกเหล้าดีมาก  ความสัมพันธ์กันในครอบครัวดีขึ้น พูดจากันเข้าใจกัน   ครอบครัวอบอุ่นขึ้น 

พม.วีระ  กิตฺติวณฺโณ

๒๔ มิ.ย. ๕๑

ผู้แสดงความคิดเห็น มหาวีระ วันที่ตอบ 2008-06-25 21:40:13 IP : 125.25.98.218


ความคิดเห็นที่ 4 (2014)
เห็นด้วยอย่างยิ่งคนสุรินทร์ต้องไม่กินสุรา
ผู้แสดงความคิดเห็น คนสุรินทร์ (weera-sadao-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2008-08-24 06:45:37 IP : 118.175.201.143


ความคิดเห็นที่ 5 (9790)

ดีมากเลยคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แป้งสุรินทร์ระหาร (pangnarak-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2008-12-04 09:17:34 IP : 125.26.119.128


ความคิดเห็นที่ 6 (123901)

โรงน้ำแข็งประภาน้ำแข็งหลอด 79 ม.9 ต.หมื่นสี อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์

โทร. 081-7604965

ซื้อถุงใส่น้ำแข็งไป จำนวนเงิน 14,716 บาท 1 ปี ผ่านมาแล้วยังไม่ยอมจ่ายเงินเลย

โทรไปก็ไม่ยอมรับสาย แต่เบอร์ก็ไม่ปิด เงินแค่นี้ไมน่าเบี้ยว ทำเสียชื่อคนสุรินทร์หมด

หากมีใครรู้จักหรือมีเบอร์โทร ติดต่อ บริษัท เร็กซ์แซค เวอร์เท็กซ์ จำกัด

คุณบรรจง 084-3149966 ขอขอบคุณล่างหน้าครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น บรรจง (bj2408-at-hotmail-dot-com )วันที่ตอบ 2009-08-20 10:35:40 IP : 125.25.130.178


ความคิดเห็นที่ 7 (131947)

 

   มาทำสิ่งดีให้กับคนที่เรารักกันดีกว่า

    อาการเจ็บป่วยจะมีกับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กเล็ก และผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่ที่เป็นเพาะภูมิต้านทานโรคอ่อนแอ ไม่สามารถควบคุมเชื้อโรคได้ และอีประการเกิดจากการ กิน อาหารที่มีสารพิษ เชื้อโรค ทำให้เกิดโรคต่างๆ มากมาย

    อาการเหล่านี้จะหายไปเพราะเรามีทางป้องกัน ด้วยแผ่นประคบดูดสารพิษ เพียงแปะแผ่นประคบ คาวาเซะ ทาการะ (จากญี่ปุ่น) ก่อนนนอนตอนเช้าจะเห็นความแตกต่าง คือแผ่นจะมสีดำ มีกลิ่นแปลกๆ นั้นคือสารพิษที่สะสมอยู่ในรางกายของเรา ร่างกายจะรู้สึกผ่อนคลาย สดชื้น ช่วยลดใข้  อาการปวดเมื่อย และที่สำคัญเมื่อใช้ติดต่อกัน 15 วันจะรู้สึกถึงความแตกต่าง

 

ผู้แสดงความคิดเห็น สำนึกรักบ้านเกิด ( 086-3993417 ) (artsportclub04-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-11-08 10:45:24 IP : 125.27.16.151


ความคิดเห็นที่ 8 (135915)
www.konsurin.net
ผู้แสดงความคิดเห็น rrr วันที่ตอบ 2010-06-28 00:47:37 IP : 125.25.41.99



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *

ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *captcha  


Copyright © 2010 All Rights Reserved.

                   
  ความเป็นมาสมาคมฯ     ฟังวิทยุประชาสังคมสุรินทร์สร้างสุข..ที่นี่     โครงข่ายความร่วมมือฯ

http://www.surinrelations.org
สมาคมพัฒนาเครือข่ายองค์กรชุมชน
เลขที่ ๑๓๐ ถนนสุรินทร์-ปราสาท ตำบลเฉนียง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ๓๒๐๐๐
โทรสาร ๐๔๔-๕๑๔๖๐๕ โทรศัพท์ ๐๘๑-๒๖๕๕๓๕๒ และ ๐๘๔-๓๑๖๓๘๒๐
E-mail : warisara_lee@surinrelations.org