นายชวด ครองชื่น
คนดีเลิกเหล้า คนดีสร้างความสงบสุขในครอบครัว
เมื่อขับเคลื่อนคนสุรินทร์ ลด ละ เลิก สุรา ในพื้นที่ตำบลทุ่งมน ในส่วนคนดีเลิกเหล้า ก็นึกถึงนายชวด ครองชื่น ผู้นำครอบครัวในบ้านแสรโอ หมู่ ๑๐ ตำบลทุ่งมน ห่างวัดสะเดารัตนารามประมาณ ๕๐๐ เมตร ซึ่งปัจจุบันภรรยามีความสุขมากขึ้น จากการสนทนาและสอบถามสารทุกข์สุขดิบบ่อยครั้ง จึงเคยได้ฟังมาว่า ก่อนนั้นภรรยาต้องอดทนต่อประพฤติกรรมที่น่ารำคาญของพ่อบ้านอย่างมาก พ่อบ้านดื่มเหล้าแต่ละช่วงนานเป็นเดือน ๆ และบ่อย ๆ หมดทรัพย์สินเงินทองไปแยะ มีพันหมดพัน มีหมื่นหมดหมื่น ใจใหญ่เลี้ยงพวกเลี้ยงเพื่อน เมื่อเมากลับมาก็บ่นโวยวายในครอบครัวทุกครั้ง บ่อยครั้งมีการรื้อฝาบ้าน ทุบตีข้าวของจานชามหม้อโอ่งแตกกระจัดกระจายหมดเนื้อหมดตัวไป แต่ไม่ทุบตีทำร้ายลูกเมีย บ่อยครั้งที่โวยวายยั่วยวนสร้างความรำคาญแก่ญาติ ๆ หรือกับคนอื่น ๆ จนถูกเขาทำร้ายร่างกายสะบักสะบอม แต่ด้วยความรักความเห็นอกเห็นใจสามีและใช้หลักคุณธรรมอดทนของภรรยา ประกอบกับวัดใกล้บ้านเข้าช่วยขัดเกลาในเวลาต่อมา จึงได้นำพาให้พ่อบ้านได้สติ ได้กำลังใจหยุดกินเหล้าเด็ดขาดมาแล้ว ๑ ปีครึ่ง ก่อนนี้ก็งดได้แบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ อยู่หลายปี ตบะแตกบ่อยครั้ง เช่น อ้างว่าปีละครั้ง เทศกาลละหน เรื่อยมา
นายชวด ครองชื่น ปัจจุบันอายุ ๕๐ ปี เกิด พ.ศ. ๒๕๐๑ ปีกุน ณ บ้านตาเจียด ตำบลทุ่งมน บุตรของพ่อชอน แม่คิด ครองชื่น คุณพ่อชอนเป็นคนโบราณมีวิชาอาคมของขลังมนต์ดำที่เหนี่ยวนำโทษมาสู่ตนเอง คือ วิชาหนังเหนียว จะฟันไม่เข้า เผาไฟไม่ไหม้ วิชานี้จะชักนำให้เป็นคนขี้เมา ก่อความรำคาญให้คนอื่น ต้องถูกคนอื่นทำร้ายลองของบ่อย ๆ ครอบครัวอยู่ในภาวะยากจน แม้นายชวดลูกชายจะไม่ได้สืบทอดวิชาหนังเหนียวแต่ก็ติดนิสัยก้าวร้าว ใจใหญ่ โมโหหุนหันติดตัวมา เมื่อเข้าโรงเรียนก็เรียนได้เล็กน้อย อ่านไม่ออกและเขียนหนังสือไม่ได้ กลับสนใจเรียนถาคาอาคมด้านสะเหน่มหานิยม แต่งงานเมื่อ อายุ ๒๒ ปี พ.ศ. ๒๕๒๓ กับนางเลือก ขณะนั้นอายุ ๒๐ ปี สกุลเดิม หวังทางมี คนบ้านแสรโอ ซึ่งเป็นตระกูลยายล้อมคนเข้าวัดทำบุญอุปถัมภ์วัดสะเดารัตนาราม ภรรยานั้นมีความจงรักภักดี มีความสงสารเป็นทุนเดิม เลยต้องอดทนทั้งยึดมั่นในจารีตประเพณีที่ต้องรักษาครอบครัวไว้ให้ได้ จึงมิได้หย่าร้างกัน ครอบครัวนี้มีบุตรธิดา ๔ คน
นายชวด ครองชื่น ตอบคำถามว่า ดื่มเหล้าครั้งแรก เมื่ออายุ ๑๘ ปี สาเหตุที่ดื่มครั้งแรก ๆ คือ การลองดื่ม สังคมเพื่อนฝูงคะยั้นคะยอกันดื่มชวนกันกิน ก่อนแต่งงานทราบไหมว่าเขาเป็นคนกินเหล้า ทราบ แต่นาน ๆ กินที ก็เห็นว่านิสัยเขาเป็นคนก้าวร้าว ใจร้อน เมาแล้วดูไม่ได้เลย ทำไมจึงยังรัก สงสาร เห็นใจ อยากช่วยแก้ไขนิสัย อยากปรับเปลี่ยนเขา จะพยายามปรับแก้นิสัยก้าวร้าว จะให้กำลังใจ จะค่อย ๆ ขัดเกลา จะพูดดีด้วย ทำดีด้วย มีผู้ใหญ่คนหนึ่งบอกว่านิสัยเขาจะแก้ได้ แต่งงานแล้วเป็นอย่างไร ช่วงแรก ๆ ก็ปกติเช่นเดิมนานกินที มาหนักเอาตอนที่มีลูกอ่อนคนแรกถึงลูกที่ ๒ ตอนนั้นหมดเนื้อหมดตัว ไม่มีอะไรเหลือ หมดเพราะน้ำเมา ภรรยาตอบ พ่อบ้านกล่าวสวนขึ้น แม้จะเมา ดื่มเหล้าหนัก ผมก็ไม่ยอมให้ลูกเมียอดข้าวอดอาหาร ผมจะซื้อเนื้อมาฝากทุกวัน มาเริ่มลดเป็นปกติ นาน ๆ ที เมื่อลูกสาวคนโตอายุ ๑๗ ปี ตอนนั้นเข้าวัดบ่อยขึ้น ประมาณ ปี ๒๕๔๐ ค่ะ คงเป็นการดื่มปีละครั้ง แต่ดื่มนานเป็นเดือน แล้วก็หยุด เป็นเช่นนี้อยู่หลายปี มาเด็ดขาดก็ ปีครึ่งมานี้แหล่ะค่ะไม่ดื่มเลย ภรรยากล่าว พ่อบ้านตอบคำถามเรื่อย ๆ ว่า ปัจจุบันนี้ ผมคิดได้ ผมรักลูกรักเมีย ไม่ให้ลูกเมียเสียใจอีก กลัวว่าเมาแล้วจะถูกเด็ก ๆ รุ่นหลังทำบาปเอา เขาจะถูกถูกดูแคลนเหมือนแต่ก่อน วันนี้ก็นั่งกับเพื่อนกินเหล้าได้ เพื่อนมาบ้านผมซื้อให้ นั่งคุยด้วยได้ กินไปด้วย แต่ไม่ดื่ม ยื่นให้อย่างไรก็ไม่รับ อยากเลิกนานแล้ว แต่หักห้ามใจไม่อยู่ เมื่อโมโหก็ใส่เหล้า แล้วก็ติดลม เคยให้พระโกนหัวให้แล้วสาบานก็เคย หลังจากโกนหัวนั่นแหล่ะเริ่มงดเหล้าได้เป็นปี ๆ ทุกวันห้ามใจได้แล้ว เวลาพอเหลือจะสร้างฐานะครอบครัวได้อยู่ ลูก ๆ ก็โตแล้ว มีหลานแล้วด้วย
คราวที่ดื่มบ่อย ๆ เพราะ ต้องการลืมเรื่องราวต่าง ๆ ที่ต้องคิด เหล้าผมไม่หิวนะแต่ผมซน ถ้าไม่ดื่มก็ออกไปทำงานในป่า ในนา ในไร่ หลบสังคม เพื่อนฝูง ถ้าได้ทำงานแล้วเพลิน เพลินจนลืมทานข้าว อยากทำโน่น อยากทำนี่ อยากทำให้เสร็จ ห่อข้าวไปนาคนเดียวต้องห่อข้าวกลับบ้านทุกที ถ้าแม่มันไปด้วยก็ไม่ได้ทาน ทำไม ก้อ คอยเรียกให้มาทานข้าวก่อน ภรรยาเสริม ช่วงหลังที่เริ่มเข้าวัดบ่อยขึ้นนั้น ฉันก็ทดสอบดูบ่อยครั้ง ยามเช้าตรู่ก็ไปเก็บของป่า กลับมาบ้านก็เห็นพ่อเขา หุงข้าว ทำกับข้าวใส่ปิ่นโตให้เรียบร้อย เตรียมให้ไปวัด ต้องคอยประคับประคอง ตลอด เช่นเวลาเมามา ก็ไม่ตอบโต้ ฟังเฉย ๆ ได้โอกาสก็พูดแนะดี ๆ พูดบอกอย่างโน้นดี อย่างนี้ไม่ดี ต้องบอกบ่อย ๆ ให้กำลังใจบ่อย ๆ ทุกวันนี้พูดคุยกันรู้เรื่อง ใจดี ไม่ฉุนเฉียว ลูกเมียปรึกษาหารือได้
นิสัยพื้นฐานของพ่อบ้าน เป็นคนชอบทำงาน งานที่ถนัดคือ บากเสา เผาถ่าน งานไร่ งานนา ใช้แรงเป็นหลักเรียกว่า หนักเอา เบาสู้ เข้าเกณฑ์ขยัน หุงข้าวทำกับข้าวเป็น เมื่อยามปกติจะพูดน้อย แต่เมื่อพูดจาก็พูดจาแบบเอาใจเขามาใส่ใจเรา ท่าทางอ่อนโยน มีความกตัญญูรู้คุณคน
อารมณ์จะฉุนเฉียวง่าย โมโหง่าย อารมณ์ร้าย ติดตัวมาตั้งแต่เป็นเด็ก เพราะ มีความรู้สึกว่าตนเองคิดไม่ทันเขา รู้ไม่ทันเขา เขาดูถูก ดูแคลน ถูกกดขี่ ห่มเหง เป็นคนด้อยศักดิ์ศรี เขาไม่ให้เกียรติ
ความคิดเรื่องการดื่มเหล้า ดื่มเหล้าต้องซื้อเอง และเลี้ยงคนอื่นด้วย ไม่อยากดื่มเพราะอาศัยผู้อื่นเลี้ยง กลัวเขาจะว่าเอา ไม่ต้องการให้ใครมาดูถูกว่าอาศัยคนอื่นกิน ต้องการการยอมรับจากเพื่อนฝูง ไม่อยากให้ใครขัดใจ ไม่ต้องการให้ใครกดขี่ ดูถูก ดูหมิ่น ดูแคลน
จากการเป็นคนย้ำคิด คิดมาก แต่ไม่ค่อยพูด คิดยังไม่เป็นระบบ ขาดทักษะในการแก้ปัญหา จึงต้องทำงานให้ลืม หรือ กินเหล้าให้ลืม
ปัจจุบัน ได้สติแล้ว มีความคิดดีขึ้น ใจเย็นขึ้น คิดได้ว่าที่เขาแนะเขานำเขาสอนเพราะเขาหวังดี ปรารถนาดีต่อตัวเรา การกินเหล้าหมดเงิน เสียสุขภาพ กินเหล้าไม่ดี การเลิกเหล้าดีมาก ความสัมพันธ์กันในครอบครัวดีขึ้น พูดจากันเข้าใจกัน ครอบครัวอบอุ่นขึ้น
พม.วีระ กิตฺติวณฺโณ
๒๔ มิ.ย. ๕๑ |